ขอเชิญท่านที่มีความจงรักภักดีและเทิดทูนในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ในห้อง 'งานบุญอื่นๆ' ตั้งกระทู้โดย จงรักภักดี, 28 เมษายน 2009.

  1. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,940
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ลองคิดเหตุผลที่ท่านจางคิดจะยกลูกสาวให้พระนเรศแทนให้เข้าวังหลวง (ตอนนั้นทางวังหลวงเริ่มเรียกตัวให้พระนางเข้าวัง ไปฝึกมารยาทวังหลวงแล้ว ท่านจางจึงต้องรีบตัดสินใจเดินหน้าแผนการมาสยาม)

    1. รักษาเชื้อชาติไทเอาไว้ หากพ่ายแพ้ต่อพม่านานเกินไปจะถูกพม่ากลืนความเป็นไท
    2. ฐานะ เงินทอง เครือข่ายการค้า หลงจู้ที่จ้างไว้ตามท่าเรือสำคัญ ก็ยังทำงานหาเงินได้ อยู่ที่ไหนก็มีเงินไม่อดอยาก
    3. หลบการเมืองในราชสำนักหมิงที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
    4. ท่านจางขอให้พระนเรศรับพระนางป็นอัครชายาได้ ไม่ต้องเป็นรองภรรยาคนใด เพราะตระกูลมีความพร้อมทุกอย่าง พื้นฐานท่านเคยยิ่งใหญ่เป็นถึงผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ คงเห็นแก่ท่านจาง อีกอย่างคือราชสำนักสยามขอความช่วยเหลือบางอย่างจากตระกูลท่านด้วย เช่น การจัดหายุทโธปกรณ์ การค้าระหว่างประเทศ การทูตกับชาติตะวันตก เป็นต้น
    5. พระนเรศเป็นคนมีน้ำใจ มีเมตตา มีความเป็นสุภาพบุรุษสูง มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบสูง และเป็นคนเก่งระดับหนึ่งในใต้หล้า และคงไม่ทำร้ายลูกสาวท่าน ท่านจางดูดวงเป็นเพราะตำแหน่งงราชครูของฮ่องเต้ต้องรู้โหราศาสตร์ด้วย ต้องยอมรับว่าท่านจางตา แหลม ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ค่อนข้างแม่น

    ข้อเสีย
    1 ลูกสาวต้องมาเสี่ยงในบ้านเมืองที่ยังมีการสู้รบ
    2 สภาพบ้านเมืองที่ร้อนชื้น ยากต่อการปรับตัวของสตรีชาววังอย่างพระนาง

    ช่วงที่พระเอกาทำร้ายพระเจ้าปราสาททอง พระนางสั่งให้เครือข่ายการค้าหยุดให้ความช่วยเหลือราชสำนักสยาม เพื่อบีบให้พระเอกาปล่อยลูกของพระนาง พระเอกาจึงแก้เกมโดยเก็บภาษีมหาโหด เช่นภาษีมะม่วง พืชสวน ภาษีผักปลา แทบจะเก็บแบบ 1 ต่อ 1 หรือครึ่งๆ หมายถึงผลผลิตที่ได้ต้องตกเป็นของรัฐครึ่งหนึ่ง เป็นต้น

    ล่าสุดที่เห็นพระเอกา คือทรงใส่เสื้อสีฟ้าอมเทา สวมเครื่องประดับกษัตริย์เต็มอัตรา แต่ไม่ได้สวมพระมาลา เสด็จโดยเรือพระที่นั่งมาจอดแวะที่ท่าแพของตำหนักจันทร์บางปะอิน มาแป๊ปเดียว และอยู่แค่ที่ท่าน้ำ ทรงกำดาบขึ้นและตะโกนว่า "ที่นี่ก็ต้องเสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนคนอื่น ไม่มีข้อยกเว้น" น่าจะทรงหัวเสียที่ได้ข่าวว่าพระเจ้าลูกเธอของพระนเรศวรที่รักษาตัวอยู่บนตำหนักทรงรอดชีวิตจากแผลติดเชื้ออย่างสาหัส ตะโกนประโยคนั้นเสร็จก็เดินหัวเสียไปขึ้นเรือพระที่นั่งแล้วทรงล่องไปทางบางกอกต่อ คงมีธุระแต่พอดีผ่าน ตำหนักจันทร์ ก็เลยแวะมาประกาศไว้สักหน่อย ไม่ให้นายภาษีอากรย่อหย่อนจนจะไม่เก็บภาษีพระนางมณีจันทร์ ประกาศแบบนี้เพื่อให้เก็บภาษีให้เต็มที่
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 เมษายน 2026 at 08:59
  2. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,940
    ค่าพลัง:
    +6,442
    เทียบกับมังจีชวา ในเรื่องหงสาวดี ด้านชีวิตคู่ ถือว่าพระองค์ประสบความสำเร็จด้านความรักมากกว่ามังจีชวา เพราะทรงโปรดพระนางมณีจันทร์ผู้เป็นคู่ครองของพระองค์มาก แม้จะเป็นการแต่งงานแบบคลุมถุงชน แต่คุณสมบัติของทั้งสองพระองค์ก็คู่ควรกันจริงๆ ทั้งสองพระองค์มีจิตเมตตาอยากช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พระนางมองพระนเรศแบบทรงน่าสงสาร พระนเรศเป็นคนมีเลือดมีเนื้อเหมือนคนอื่น แต่ทุกคนมองพระองค์เป็นความหวังของชาติ ทรงรับภาระหนักมากในขณะที่อายุน้อย และทรงวางไม่ลง ทรงเต็มใจรับภาระนี้บนบ่าของพระองค์ เกิดสักร้อยชาติจะเจอมหาบุรุษเฉกเช่นสมเด็จพระนเรศสักคนยังหายาก

    FB_IMG_1775031751873.jpg

    ถ้ามีใครไปเที่ยวที่วัดชุมพลนิกายาราม บางปะอิน อย่าลืมแวะดูอนุสรณ์ความรัก อยู่บนลายกระถางธูปหิน ที่ตั้งอยู่หน้าโบสถ์ สลักเป็นรูป นกยวนยาง
    สัญลักษณ์แห่งความรักและความซื่อสัตย์ต่อกันตราบจนวันตาย พระนางตั้งใจจัดหามาเพื่อสื่อสารความรักให้พระสวามีได้รับรู้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 เมษายน 2026 at 15:27
  3. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,940
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ถ้าพระนเรศเรียนดาบสองมือจากพระราชบิดาตั้งแต่อายุ 3 พรรษา เหมือนที่พระเจ้าปราสาททอง้รียนดาบสองมือมาตั้งแต่ 3 พรรษาจากพระบิดา ( พระนเรศ) ดั้งนั้น พระนเรศเรียนดาบสองมือเมืองพิษณุโลกมาตั้งแต่เล็ก ไม่ได้ไปเรียนใหม่เป็นเพลงดาบมอญ เพราะถ้าเพลงดาบมอญเก่งจริง เพลงดาบมอญต้องรักษาประเทศมอญไว้ได้ ไทยชอบไปยกย่องต่างชาติมากเกินไป คิดว่าอะไรๆ ก็รับมาจากต่างชาติ เพลงดาบที่พระไชยราชาพิชิตศึกเชียงกราน ไม่ใช่เพลงดาบไทยหรือ? ก็เพลงดาบไทย พ่อพระนเรศเป็นกรมพระตำรวจขวาของพระไชยราชามาตั้งแต่อายุ 20 ใช้เพลงดาบไทยมาตลอด พอพระนเรศจะเก่ง ไปยกเครดิจให้เพลงดาบมอญ ... ไม่ไว้ลายให้เพลงดาบไทยเลย แม้พระนเรศเอง ท่านทรงเรียกเพลงดาบท่านว่า ดาบอาทมาฏ ไม่ได้ดัดแปลงจากมอญ มหาเถรคันฉ่องมีบทบาทแค่สอนวิชาสมาธิ กรรมฐานให้ ไม่ได้ฝึกดาบให้ คนที่ฝึกดาบเพิ่มเติมให้พระองค์คือพม่า ในฐานะที่จับพระนเรศเป็นคู่ซ้อม ไม่ใช่สอนให้ตามปกติ.. พ่อขุนรามคำแหงก็เรียนวิชาดาบจากเขาสมอคลอน เมืองละโว้ ... ตามกันดีๆเถิด วิชาดาบนั่นเป็น เพลงดาบสืบทอดกันมาเป็นพันปี ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าเป็นเจ้าชายก็ต้องฝึกเพลงดาบชนิดนี้ เพลงดาบของเจ้าราชวงศ์สุริยวงศ์

    ตอนนี้มอญฟินมาก บอกว่าเพลงดาบมอญดีมาก ดีมากก็ต้องปกป้องชาติมอญไม่ให้ล่มได้ก่อน เพราะดาบอาตมาทเป็นดาบไทยใช้ปกป้องประเทศมาเป็นพันปี

    เมื่อคนไทยไม่รู้รากเหง้าของตนเอง จึงถูกจูงโดยประวัติศาสตร์ที่ชาติตะวันตกเขียน ทำให้จิตคนไทยคล้อยไปทางยกย่องชาติอื่น ไม่รู้ว่าทีแท้เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเราเอง น่าเสียดาย

    เนื่องจากประวัติตระกูลของพระนางมณีจันทร์จะช่วยเชื่อมประวัติศาสตร์ชาติไทยให้ย้อนไปได้สัก 5000 ปี (ตั้งแต่สมัยอารยัน และการเดินทางมาภูมิภาคนี้ ในนามของคนโยนก ซึ่งระดับเจ้ากินดองกับเจ้าไท แตกลูกหลานเป็นคนไทยวนมาถึงทุกวันนี้) โดยจะเขียนเนื้อหาในเวปนี้ก่อน แล้วจึงจะไปทำคลิปในติ๊กต่อก สลับกันไป..
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 เมษายน 2026 at 10:05

แชร์หน้านี้

Loading...